สู้แดดเมืองไทยใช้กันแดด SPF เท่าไหร่ดี?

สู้แดดเมืองไทยใช้กันแดด SPF เท่าไหร่ดี?

อากาศแบบบ้านเราเรียกได้ว่าร้อนถึงร้อนมาก จะฤดูร้อน หนาว หรือฝน แดดก็เปรี้ยงตลอดทั้งปี และแสงแดดนี่แหละตัวการที่ทำให้ผิวหนังของคุณไหม้ คล้ำ ดำ เสีย แล้วยังก่อให้เกิดกระ ฝ้า และจุดดำกวนใจอีกต่างหาก ดังนั้นผู้หญิงอย่างเราๆจึงยอมทำทุกวิถีทางเพื่อกันแดด ไม่ว่าจะใส่หมวก กางร่ม หรือทาครีมที่มี SPF ทำกันมาทุกวิธีแล้ว แต่ทำไม! ผิวของเรายังคล้ำเสียอีก! หรือว่าเราจะใช้ SPF ป้องกันแดดน้อยไป?

หลายๆ คนอาจสงสัยว่า SPF คืออะไร?


ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor หมายถึงค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวี ค่า SPF จะบ่งบอกให้ทราบว่าผิวหนังจะถูกแสงแดดได้นานแค่ไหน ผิวถึงจะไม่ไหม้ เช่น ถ้าบุคคลนั้นโดนแดดได้นานเป็นเวลา 30 นาที ผิวถึงจะไหม้แดง และถ้าผลิตภัณฑ์นั้นระบุไว้ว่า SPF30 ก็จะหมายถึง เราสามารถอยู่กลางแดดได้ประมาณ 30×30 = 900 นาที หรือ 15 ชั่วโมง โดยที่ผิวไม่ไหม้แดง แต่อย่าชะล่าใจไป เพราะครีมอาจหลุดเมื่อเหงื่อออก โดนน้ำ หรือทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน 


ดังนั้นอย่าลืมทาครีมที่มีSPFซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถป้องกันแดดได้อย่างต่อเนื่องกันด้วยนะ 
แล้วอย่างนี้ แสดงว่าเราต้องใช้ SPF สูงๆ เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดใช่ไหม? 
อย่าเพิ่งรีบด่วนตัดสินไป เราขอให้คุณได้ลองอ่านข้อมูลนี้ก่อน 


ค่า SPF และ % การปกป้องแสง UV

• ค่า SPF เท่ากับ 2 จะดูดซับ UVB ได้ 50% 
• ค่า SPF เท่ากับ 4 จะดูดซับ UVB ได้ 70% 
• ค่า SPF เท่ากับ 8 จะดูดซับ UVB ได้ 87.5% 
• ค่า SPF เท่ากับ 15 จะดูดซับ UVB ได้ 93.3% 
• ค่า SPF เท่ากับ 30 จะดูดซับ UVB ได้ 96.7% 
• ค่า SPF เท่ากับ 50 จะดูดซับ UVB ได้ 98% 

จะเห็นได้ว่า หลังจาก SPF 30 แล้ว ความสามารถในการป้องกันแสง UVB ก็ไม่ได้ต่างกันมากนัก ดังนั้นแล้วการที่ค่า SPF สูงๆ นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะมีความสามารถปกป้องแสงแดดได้มากกว่าเลย และในความเป็นจริงแล้ว ค่า SPF สูงๆ นั้นอาจจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย และอาจจะทำให้ เกิดคราบเหลืองติดเสื้อผ้าได้อีกด้วย แต่ครีมที่ออกมาใหม่เดี๋ยวนี้นอกจากจะมี SPF แล้ว ก็ยังมี PA อีก แล้วค่า PA มันคืออะไร? ต้องใช้แบบไหนถึงจะดี ? 

PA ย่อมาจากคำว่า Protection Grade of UVA หมายถึง ค่าที่แสดงถึงความสามารถของผลิตภัณฑ์ในการป้องกันการดำคล้ำของผิวหนังที่เกิดจากการสัมผัสรังสียูวีเอ ค่า PA นั้นจะแสดงระดับของประสิทธิภาพได้ดังนี้ PA+ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA ต่ำ 

PA++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA กลาง 
PA+++ หมายถึง มีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA สูง 

มาถึงตรงนี้ทุกคนคงเข้าใจแล้วว่า SPF กับ PA+++ มีความสำคัญอย่างไร ทีนี้เราก็สามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารกันแดดได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพป้องกันได้ทั้ง UVA และ UVB ได้แล้ว และถ้าคุณอยากบำรุงผิวให้ดูขาวอมชมพูพร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด เราขอแนะนำ! พอนด์ส ไวท์ บิวตี้ ที่มี SPF 30 และPA+++ พร้อมวิตามินบี 3 พลัส ที่สามารถช่วยสยบ10ปัญหาผิว และฝ้าแดด*ได้ 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมผลิตภัณฑ์พอนด์ส ไวท์ บิวตี้ คลิกที่นี่!

*รอยสิว สีผิวไม่สม่ำเสมอ จุดด่างดำ ผิวไม่เรียบเนียน ผิวหมองคล้ำ กระแดด ผิวไม่กระจ่างใส ผิวแห้ง รอยฝ้าแดด ผิวคล้ำจากแดด 
เมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล เครื่องสำอางไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสีผิวตามธรรมชาติของบุคคลได้ 

บทความแนะนำสำหรับคุณ อ่านต่อได้ที่นี่

เคล็ด(ไม่)ลับ! สวยไวกว่ามั่นหน้าx3 คลิก! 
เลิกซ่อนผิวเสีย มั่นหน้าโชว์ผิวสวย สไตล์คนผิวดี๊ดี คลิก!